Online business owner

ในโลกปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีก้าวไกลไปมาก ทำให้รูปแบบของการทำธุรกิจนั้นแตกต่างไปจากเดิมชนิดที่มากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านอินเตอร์เนตและสมาร์ทโฟนที่ทำงานทุกคนบนโลกนี้สามารถเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา จนทำให้ธุรกิจออนไลน์นั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์ยังมีอีกหลายข้อที่ดึงดูดใจเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่อย่างมาก แต่จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันค่ะ

  1. ไม่มีค่าใช้จ่ายหน้าร้าน

ข้อดีอย่างแรกของการทำธุรกิจออนไลน์นั้น ก็คือการที่คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสถานที่ไปได้ เพราะร้านค้าออนไลน์ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านค่ะ  ซึ่งต้นทุนในส่วนของร้านค้านั้น ถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือแม้แต่ค่าตกแต่งต่างๆ  โดยการที่ตัดเงินลงทุนด้านนี้ไปก็ทำให้การเริ่มธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แม้แต่คนที่มีเงินทุนน้อยนิดก็สามารถทำได้ค่ะ

  • เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก

หากทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงอินเตอร์เนตได้ ทุกคนบนโลกก็คือลูกค้าของเรา เพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในประเทศ ต่างประเทศ ชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เทคโนโลยีปัจจุบันก็ช่วยให้เราขายสินค้าให้กับลูกค้าอีกฟากโลกได้แบบง่ายแค่ปลายนิ้ว  เพราะฉะนั้น หากมั่นใจว่าสินค้าของคุณมีสิ่งที่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้ ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ราคาที่ถูกกว่า หรือคุณภาพที่ดีกว่า รับรองว่าลูกค้าจะต้องเข้ามาหาคุณอย่างแน่นอน

  • ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

ถือเป็นข้อดีของอินเตอร์เนตและสมาร์ทโฟนที่ติดตัวคุณไปทุกที่ ทำให้การเข้าถึงลูกค้าของเราสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ขณะเดินทางคุณก็ยังสามารถตอบคำถามลูกค้าและทำธุรกรรมต่างๆได้  จึงถือว่าธุรกิจออนไลน์นั้น เป็นงานที่มีความคล่องตัวอย่างมาก  โดยเฉพาะคนที่บริหารเวลาดีๆนั้น รับรองเลยว่าจะสามารถจัดสรรเวลาได้ลงตัวอย่างแน่นอน

  • ทำเป็นรายได้เสริมหรืองานประจำก็ได้

หากใครที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยากทำงานประจำอยู่ การทำธุรกิจออนไลน์นั้นก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เช่นกันค่ะ เพราะปัจจุบันมีพนักงานบริษัทจำนวนไม่น้อยที่ทำธุรกิจออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย และสามารถทำงานส่วนตัวของตัวเองได้ในเวลาที่เลิกงาน หรือพักจากงาน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องสามารถบริหารงานทั้งสองอย่างได้โดยที่ไม่มีอย่างใดอย่างหนึ่งบกพร่อง ถึงจะถือว่าเป็นมืออาชีพตัวจริงค่ะ